Month: January 2019

6 วิธีบ๊ายบายหนี้บัตรเครดิต

6 วิธีบ๊ายบายหนี้บัตรเครดิต

รูดปรื้ด รูดปรี๊ด …  จ่ายอะไรก็ง่ายนิดเดียวแค่มีบัตรเครดิต เงินสดก็ไม่ต้องพกให้ยุ่งยาก แลกแต้ม แลกส่วนลด ผ่อน 0%  สิทธิพิเศษอะไรก็มีเต็มไปหมด สบายนักช้อปแบบเราๆ สิคะทีนี้ ยิ่งมีหลายใบยิ่งรูดสนุก มาเห็นผลกันตอนยอดเรียกเก็บที่ลิสต์ยาวเป็นหางว่าว เมื่อเงินไม่พอจ่ายยอดเต็มก็จ่ายขั้นต่ำ เดือนไหนช็อตก็กดเงินสดจากบัตรมาใช้ก่อนอีก ทบไปหลายๆ เดือน ยอดเงินต้นก็แทบไม่ลดดอกเบี้ยก็เพิ่มอีก ยาวล่ะนี้ เป็นหนี้กันยาววววว

อย่าเพิ่งเครียดกันค่ะ ทุกปัญหาย่อมมีทางออก เมื่อคุณรู้แล้วว่าเป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะแยะไปหมด คุณต้องหยุดพฤติกรรม รูดปรื้ด รูดปรี๊ด แล้วมาตั้งใจเคลียร์หนี้บัตรเครดิต แบบจริงๆ จังๆ ตาม 6 วิธีนี้กันเลยค่ะ

  1.    หยุดจ่ายขั้นต่ำ

การจ่ายขั้นต่ำนี่แหละ คือต้นตอของปัญหา เพราะถ้าคุณรูดบัตรแล้วสามารถจ่ายคืนเต็มจำนวนตามที่บิลเรียกเก็บได้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าคุณเลือกจ่ายขั้นต่ำ บัตรเครดิตจะเริ่ม “คิดดอกเบี้ยรายวัน” ทันที เจ้าตัวดอกเบี้ยที่เดินรายวันนี่แหละ คือ เงินที่คุณต้องเสียเพิ่มเกินจากจำนวนเงินที่ใช้จริงมากทีเดียว เพราะฉะนั้นควรเลิกจ่ายขั้นต่ำ อย่างเด็ดขาด !!!

  1.    ทยอยชำระหนี้

ขั้นต่อมา คือ พยายามชำระยอดเงินส่วนที่เหลือให้หมดโดยเร็วที่สุด โดยการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อันไหนประหยัดได้ให้ประหยัด แล้วนำเงินส่วนนี้มาทยอยชำระยอดส่วนที่เหลือ

ขอบคุณรูปภาพ : https://stocksnap.io/photo/RZWM4T2UAD

  1.    ซื้อด้วยเงินสด

เปลี่ยนวิธีการใช้จ่าย ซื้อสินค้าบริการ เป็นการจ่ายด้วยเงินสดแทนการจ่ายด้วยบัตรเครดิต เพราะการจ่ายด้วยเงินสดจะทำให้คุณรู้สึกตัวได้ว่าเงินในกระเป๋าลดลงไป ทำให้ไม่กล้าใช้จ่ายอะไรที่ฟุ่มเฟือยมากกว่าจำนวนเงินที่มี วิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่เพลิดเพลินกับการรูดบัตร  แล้วรายจ่ายบัตรเครดิตของคุณจะลดลงอย่างแน่นอน

  1. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

เมื่อคุณทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย คุณจะเห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวคุณเองอย่างชัดเจน ว่าภายใน 1 เดือน คุณเสียเงินไปกับเรื่องอะไรบ้าง แยกรายจ่ายออกให้ชัดเจน ว่าอยู่ในหมวดไหน เช่น ค่าผ่อนบ้าน/ผ่อนรถ ค่าอาหาร ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ค่าแฮงค์เอาท์/ปาร์ตี้ประจำเดือน เมื่อเห็นตัวเลขรายจ่ายชัดเจนแล้ว คุณจะรู้ได้ทันทีว่ารายจ่ายไหนที่ไม่จำเป็น ก็ตัดออกเพื่อจะได้มีเงินเหลือเก็บเพิ่มได้บ้าง

  1.    วางแผนการเงิน

หลังจากที่คุณทำตาม 4 ข้อที่กล่าวมาแล้ว ขั้นต่อไปคือ คุณจะต้องวางแผนการใช้เงินซะใหม่ การวางแผนก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย แค่แบ่งรายรับออกเป็น 2 ส่วน คือ เงินใช้จ่าย และ เงินออม เงินใช้จ่ายก็ควบคุมไม่ให้ใช้เกินวงเงิน เงินออมก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณว่าจะเลือกออมแบบไหน อาจเป็นฝากประจำหรือเลือกลงทุนแบบต่อยอดแบบกองทุนรวม/หุ้น แต่ก็ควรมีอีกส่วนที่ฝากธนาคารไว้ใช้ยามฉุกเฉินด้วยนะ

  1.    รักษาวินัยการเงินอย่างเคร่งครัด

เมื่อคุณทำตามทุกข้อที่กล่าวมาแล้ว มั่นใจได้เลยว่าหนี้จะหมดไปในเร็ววัน และคุณจะเป็นคนที่ใช้เงินอย่างรู้คุณค่ามากขึ้น แถมดีไม่ดีมีเงินเก็บอีกเป็นก้อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อไม่มีหนี้แล้วคุณก็จะต้องรักษาวินัยทางการเงินต่อไปอย่างเคร่งครัดห้ามหละหลวมใช้เงินเกินตัวเหมือนแบบเก่าอีกเด็ดขาด … ไม่อย่างนั้น คุณก็จะกลับมาเข้าวัฏจักรลูกหนี้อีกเหมือนเดิม


ขอสินเชื่อผ่านแอพ ช่องทางใหม่สำหรับคนยุค 4.0

ขอสินเชื่อผ่านแอพ ช่องทางใหม่สำหรับคนยุค 4.0

Cashless Society หรือ สังคมไร้เงินสด ทุกคนคงเริ่มคุ้นชินกับคำนี้กันแล้ว เพราะทุกวันนี้การจ่ายบิล โอนเงิน ซื้อสินค้าผ่านแอพลิเคชั่นกลายเป็นเรื่องปกติกันไปแล้ว การทำธุรกรรมทางการเงินจึงไม่จำเป็นต้องถือเงินสดเดินเข้าธนาคารอีกต่อไป และด้วยความล้ำหน้าของเทคโนโลยีเหล่านี้ จึงเกิด “การขอสินเชื่อ” ผ่าน Application ในโทรศัพท์มือถือ หรือ ผ่านระบบออนไลน์ ที่สะดวกและรวดเร็ว เพียงแค่กรอกข้อมูลแล้วรอผลการอนุมัติ ทิ้งการขอสินเชื่อแบบเดิมๆ ที่ต้องใช้เวลาเตรียมเอกสารมากมายแล้วไปยื่นขอกู้ที่สาขาธนาคาร จากนั้นก็นั่งรอการอนุมัติไปอีกเป็นอาทิตย์

ระบบ Application ขอสินเชื่อทำงานยังไง ?

การขอสินเชื่อผ่านแอพลิเคชั่นใช้ระบบ AI (Artificial Intelligence) หรือเรียกว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาช่วยวิเคราะห์เพื่อให้สินเชื่อส่วนบุคคลแก่ลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องการใช้เงินด่วน ด้วยระบบคิด การประมวลผลจากฐานข้อมูลที่มี  จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสียได้เป็นอย่างดี และตัดสินผลการอนุมัติได้รวดเร็วกว่าเดิม

ขอบคุณรูปภาพ : https://stocksnap.io/photo/DEBBH9U82N

ขอสินเชื่อผ่านแอพลิเคชั่นดียังไง ?

  • ง่าย สะดวก รวดเร็ว
  • ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
  • ช่วยลดความเสี่ยงหนี้เสีย
  • คนทั่วไปเข้าถึงข้อมูลการกู้เงิน ขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
  • แนะนำสินเชื่อที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว

ขั้นตอนการขอสินเชื่อผ่านแอพลิเคชั่นทำยังไง ?

  • เริ่มต้นจากดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นที่เราสนใจ
  • ลงทะเบียนตามขั้นตอน
  • ศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขการสมัคร
  • เลือกประเภทสินเชื่อที่ต้องการ
  • สมัครสินเชื่อ เลือกวงเงิน ระยะเวลาผ่อนชำระ
  • รอรับผลการอนุมัติ

สำหรับคนที่กังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล บอกได้เลยว่าหมดกังวล ข้อมูลของคุณจะได้รับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง ซึ่งขณะนี้มีธนาคารที่ให้บริการกู้เงินผ่านแอพแล้ว 3 แห่ง คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือจะเป็นเว็บไซต์ www.ป๋า.com ที่ให้บริการขอสินเชื่อส่วนบุคคลที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการ สมัครง่าย อนุมัติเร็วและดอกเบี้ยต่ำ ก็เป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจไม่แพ้กัน


แอพพลิเคชั่นเด็ด ช่วยจัดระเบียบการเงิน

แอพพลิเคชั่นเด็ด ช่วยจัดระเบียบการเงิน

เปลี่ยนสมาร์ทโฟนที่คุณมีให้มาเป็นผู้ช่วยจัดระเบียบเรื่องเงินทอง รายรับรายจ่ายแบบสบายๆ แค่ปลายนิ้วกันเถอะ !!!  ชิวๆ แบบยุค 4.0 อยากรู้อะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ก็แค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คได้ง่ายๆ งั้นวันนี้เราจะมาแนะนำแอพลิเคชั่นดีๆ ในสมาร์ทโฟน ทั้งระบบ IOS และ Android  กันดีกว่า ว่ามีแอพไหนบ้างที่น่าสนใจ ใช้งานไม่ยุ่งยาก เหมาะที่จะโหลดมาเก็บมาไว้ใช้ในเครื่องของคุณกัน

ขอบคุณรูปภาพ : https://stocksnap.io/photo/GWHIALYPXU

  • คิดดี…มีตังค์

แอพที่พัฒนาขึ้นโดยเครือข่ายอนาคตไทยและสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ที่ตั้งใจจะปลูกฝังค่านิยมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เมนูในแอพมีทั้งเมนูตั้งฝัน เมนูหา เมนูออม เมนูใช้ และปฏิทินคิดดี…มีตังค์

จุดเด่นของแอพนี้คือ เมนูตั้งฝัน ที่ช่วยตั้งเป้าหมายเรื่องการเก็บเงิน การซื้อบ้าน การซื้อรถ การท่องเที่ยวและการให้รางวัลกับตัวเอง โดยในแอพจะมีคำถามตั้งฝันให้เลือก เช่น อีกกี่ปีนะ…ฉันถึงจะมีเงินล้าน คุณก็แค่ใส่ตัวเลขรายได้ , จำนวนเงินที่อยากออม และ เงินเก็บเดิมที่มีอยู่ แล้วแอพก็จะคำนวณออกมาให้ว่าคุณจะต้องใช้เวลากี่ปี เป้าหมายเงินล้านถึงจะเป็นจริง

ขอบคุณรูปภาพ :  https://itunes.apple.com/th/app/%E0%B8%84-%E0%B8%94%E0%B8%94-%E0%B8%A1-%E0%B8%95-%E0%B8%87%E0%B8%84/id1188212066?l=th&mt=8

  • Goodbudget

เป็นแอพที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในต่างประเทศ ใช้งานง่าย ช่วยวางแผนการใช้เงินได้อย่างเป็นระบบ และมีการแสดงผลในรูปของกราฟ(กราฟวงกลมและกราฟแท่ง) ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น เมนูแบ่งออกเป็น 4 หมวด คือ เมนูจัดการการเงิน เมนูรวบรวมรายรับและรายจ่าย เมนูบัญชีของเรา และเมนูที่ใช้แสดงค่าใช้จ่ายต่างๆ

จุดเด่นของแอพนี้คือ เมนู Envelopes (เมนูจัดการการเงิน) ที่ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลาย โดยผู้ใช้สามารถกำหนดงบการใช้จ่ายแต่ละหมวดได้ด้วยตัวเอง เช่น ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทาง ค่าช้อปปิ้ง

ขอบคุณรูปภาพ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.dayspringtech.envelopes&hl=en

  • Money Book

แอพหน้าตาน่ารัก สดใส ใช้งานง่ายมีภาษาไทยรองรับ ใช้สำหรับบันทึก และ คำนวณรายรับ-รายจ่ายในแต่ละวัน พร้อมกราฟแสดงอัตราส่วนการใช้จ่ายแบบแยกหมวดหมู่ เพื่อง่ายต่อการเข้าใจ

จุดเด่นของแอพนี้คือ สามารถใช้หมวดปฎิทินเพื่อระบุข้อมูลรายการใช้จ่ายต่างๆ และสามารถส่งออกข้อมูล รายรับ-รายจ่าย ออกไปเป็นไฟล์ในรูปแบบของ .CSV ได้ง่ายๆ

ขอบคุณรูปภาพ :   https://itunes.apple.com/th/app/money-book-%E0%B8%9A-%E0%B8%99%E0%B8%97-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88-%E0%B8%B2%E0%B8%A2/id954781830?l=th&mt=8

  • Piggipo

แอพที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปหมูน้อยสีเขียว คิดค้นโดยคนไทย นอกจากจะมีเมนูบันทีกรายรับ-รายจ่ายทั่วๆ ไปแล้ว  ยังเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบใช้บัตรเครดิตหลายๆ ใบ แล้วเกิดปัญหาตามมา ทั้งรูดบัตรเกินลิมิต หาสลิปบัตรตอนจ่ายไม่เจอ ลืมกำหนดวันจ่ายบัตร เป็นต้น

จุดเด่นของแอพนี้คือ ใช้งานได้แม้ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เห็นภาพรวมค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตทุกใบที่เรามีแบบ Real Time  มีระบบแจ้งเตือนวันชำระเงิน และ ระบบคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิตก่อนชำระเงิน

ขอบคุณรูปภาพ  : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.neversitup.piggipo

  • NoteAccount

แอพที่สามารถทำบันทึกได้แบบรายวันได้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เพียงแค่ใส่รายละเอียดและจำนวนเงินลงในช่อง โดยแอพจะแบ่งเป็นช่อง คือ ช่องรายจ่าย(เครื่องหมาย-) ช่องรายรับ(เครื่องหมาย+) และช่องยอดรวม ทั้งยังสามารถย้อนดูวันที่ผ่านๆมา และสรุปบัญชีรายปีได้อีกด้วย

จุดเด่นของแอพนี้คือ สามารถค้นหารายการบัญชีได้ทั้งรายวัน รายเดือน และ รายปี อีกทั้งยังมีระบบตั้งรหัสผ่านเพื่อป้องกันความปลอดภัยให้กับข้อมูลของคุณได้อีกด้วย

ขอบคุณรูปภาพ :  https://itunes.apple.com/th/app/noteaccount/id705062775?l=th&mt=8

  • Oh My Cost !

แอพในรูปแบบที่จะทำให้การทำบันทึกรายรับ-รายจ่ายในแต่ละวันเป็นเรื่องไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ด้วยการใช้รูปสติกเกอร์แทนการพิมพ์ตัวอักษร สามารถบันทึกรายรับ-รายจ่าย ดูยอดรวมในแต่ละเดือน(แสดงผลในรูปแบบของรูปภาพ) ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นว่าในแต่ละเดือนคุณเสียเงินไปกับอะไรบ้าง นอกจากนี้ยังมีหมวดการตั้งงบรายเดือน เพื่อควบคุมการใช้เงินในแต่ละเดือนให้อยู่ในลิมิตที่กำหนดไว้

จุดเด่นของแอพนี้คือ การบันทึกสิ่งต่างๆ ด้วยสติกเกอร์ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ตัวหนังสือ(แต่ก็สามารถพิมพ์โน้ตกำกับได้) โดยสติกเกอร์ที่ตัวแอพมีให้นั้นครอบคลุมถึง 14 หมวดหมู่ ในแต่ละหมวดหมู่มีสติกเกอร์ให้เลือกใช้กว่า 30 แบบ โดยเฉพาะเวอร์ชั่นไทย หมวดอาหารมีรูปอาหารที่เราคุ้นเคยให้เลือกใช้มากถึง 36 เมนู

ขอบคุณรูปภาพ :  https://itunes.apple.com/th/app/oh-my-cost/id1077767842?l=th&mt=8


วิธีออมเงินสไตล์มนุษย์เงินเดือน

6 วิธีออมเงินสไตล์มนุษย์เงินเดือน

มาออมเงินให้เป็นนิสัย เพื่อความสบายใจกับเงินในกระเป๋ากันเถอะ แม้วันนี้เราจะยังคงติดนิสัยใช้เงินฟุ่มเฟือยตามสไตล์มนุษย์ออฟฟิศ หรือ ยังมีมีหนี้ก้อนใหญ่ให้ต้องสะสาง แต่ถ้าลองได้เริ่มปรับพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่จะแนะนำต่อไปนี้ รับรองได้ว่าอีกไม่กี่อึดใจ คุณจะกลายเป็นคนที่ปลอดหนี้และมีเงินเก็บได้อย่างแน่นอน

  • ทำอาหารทานเอง

เปลี่ยนจากการกินหรู ร้านอาหารแพงๆ มาลองทำอาหารทานเอง นอกจากจะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปได้เยอะแล้ว คุณยังจะสนุกไปกับการเลือกเมนูอาหารตามที่ใจอยาก เดินเลือกซื้อวัตถุดิบ ได้จำกัดแคลอรี่อาหารด้วยตัวเอง แถมได้สุขภาพที่ดี หุ่นที่เฟิร์มจากอาหารที่มีประโยชน์

  • น้ำเปล่าดีต่อร่างกายที่สุด

เปลี่ยนจากชา กาแฟที่ดื่มในแต่ละวันมาเป็นน้ำเปล่าแทนสิคะ นอกจากจะได้สุขภาพที่ดีมาเต็ม ปลอดภัยจากเบาหวานแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินได้แบบเป็นกอบเป็นกำ ลองดูซักอาทิตย์คุณจะเห็นจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นอีกเป็นหลักร้อยเลยทีเดียว หรือ อีกวิธีจากที่คุณเคยซื้อน้ำดื่มแบบบรรจุขวดดื่มที่บ้าน ลองเปลี่ยนมาใช้เครื่องกรองน้ำก็จะช่วยประหยัดเงินในระยะยาวได้อีกไม่ใช่น้อย

  • ใช้แอพพลิเคชั่นมาช่วยออม

ถ้าคุณยังใจแข็งรีบแบ่งเงินออกมาเก็บตั้งแต่เงินเดือนออกไม่ได้ เราขอแนะนำวิธีนี้ แอพ Internet Banking ในมือถือคือวิธีที่ดีที่สุด เพียงแค่ตั้งให้มีการโอนเงินอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือนของคุณไปยังบัญชีออมเงิน เพียงเท่านี้คุณก็จะไม่ได้รู้สึกต้องมาเครียดกับการแบ่งเงินออม และเกิดการออมแบบสบายๆ โดยที่คุณแทบไม่รู้ตัว

ขอบคุณรูปภาพ : https://stocksnap.io/photo/VPSD8JT149

  • หาอาชีพเสริม

การมีรายรับเพียงช่องทางเดียวอาจไม่ปลอดภัยเท่าที่ควรสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ การหางานฟรีแลนซ์ ที่ใช้เวลาไม่นาน ไม่เบียดเบียนเวลางานประจำ เพื่อเพิ่มรายได้เป็นอีกช่องทางที่จะช่วยเพิ่มรายรับ สำหรับเก็บออมหรือปลดหนี้ ก็แล้วแต่คุณ

  • รีบวางแผนปลดหนี้

ยิ่งคุณวางแผนปลดหนี้ได้เร็วเท่าไหร่ การออมเงินของคุณก็จะสำเร็จได้เร็วเท่านั้น วิธีปลดหนี้ที่จะแนะนำมี 2 แบบ ให้คุณได้เลือกตามความเหมาะสม คือ 1.เริ่มกำจัดหนี้ก้อนที่เล็กที่สุดก่อน ลิสต์หนี้ของคุณไว้อันไหนที่จำนวนเงินน้อยที่สุด ให้เลือกปิดหนี้ก้อนนั้นก่อนแล้วค่อยไล่ไปจนถึงหนี้ก้อนที่มากที่สุด 2.กำจัดหนี้ก้อนที่ดอกเบี้ยมากที่สุดก่อน วิธีนี้เน้นการหยุดดอกเบี้ยไม่ให้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม แล้วค่อยๆ ทยอยปิดหนี้ไปจนถึงก้อนที่เสียดอกเบี้ยน้อยที่สุด

  • Gift Voucher ออนไลน์

คนรุ่นใหม่สไตล์เราที่ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่เป็นนิจ ย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าเว็บไซต์ไหนเป็นแหล่งรวม Gift Voucher ที่ได้ราคาถูกที่สุด เพราะคูปอง/บัตรส่วนลดเหล่านี้แหละจะช่วยคุณประหยัดเงินได้อีก เช่น คูปองส่วนลดร้านอาหาร คูปองแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท ที่ขาย 900 บาท ก็เท่ากับว่าคุณได้ส่วนลดไปตั้ง 100 บาท  ส่วนลดค่าโรงแรม เป็นต้น

วิธีที่แนะนำมาไม่ได้ยากที่จะทำตามเลยใช่มั๊ยล่ะคะ เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันแทบทั้งนั้น งั้นลองนำไปใช้กันดูนะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าวิธีง่ายๆ แบบนี้ ช่วยคุณเซฟเงินได้มากกว่าที่คุณคิดอีก