ประกันชีวิตแบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณ

ประกันชีวิต การลงทุนที่หลายๆ คนสนใจ เพราะประโยชน์ของประกันชีวิตมีทั้งประโยชน์ด้านความคุ้มครอง ฝึกนิสัยการออมเงินอย่างต่อเนื่อง ให้ผลตอบแทนที่ดี และยังนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

        แต่หลายๆ คนก็ยังมีคำถามอยู่ในใจว่า แล้วเราจะนำเงินออมที่มีอยู่ไปซื้อประกันแบบไหนดี? แล้วประกันแบบไหนที่เหมะกับตัวเรา?  ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราจะดูกันค่ะ ว่าประกันแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร และมีข้อดีตรงไหน

 

  • แบบชั่วระยะเวลา (Term Life Insurance)

 

ประกันชีวิตที่เน้นความคุ้มครองชีวิตเพียงอย่างเดียว ไม่มีการสะสมทรัพย์รวมอยู่ด้วย เมื่อครบกำหนดสัญญาแล้วจึงไม่มีเงินคืนใดๆ ให้แก่ผู้เอาประกัน ระยะเวลาความคุ้มครองและการจ่ายเบี้ยเป็นแบบระยะสั้น แบบ 10/5 10/7 หรือ 10/10 จ่ายเบี้ยประกันถูกแต่ได้ทุนประกันสูง ข้อดีคือ สามารถมอบเป็นมรดกให้กับคนข้างหลัง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับตัวคุณ หมายถึง บริษัทประกันจะจ่าย 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หากผู้คุณเสียชีวิตภายในระยะเวลาคุ้มครอง

ขอบคุณรูปภาพ : https://unsplash.com/photos/S6MsTyVp6U8

  • แบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)

เน้นการคุ้มครองชีวิตในระยะยาว โดยจะจ่ายเบี้ยประกันแค่ระยะเวลาหนึ่งแต่คุ้มครองตลอดชีวิต เช่น จ่าย 10 หรือ 15 ปี คุ้มครองถึงอายุ 90 ปี โดยสวนใหญ่ประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี ข้อดีคือ บริษัทประกันจะจ่าย 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยคืน หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตก่อนครบกำหนดสัญญา หรือมีชีวิตอยู่จนครบตามกำหนดสัญญาที่ทำไว้

  • แบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance)

ประกันชีวิตแบบนี้เป็นทั้งการคุ้มครองชีวิตและออมเงินระยะยาวอย่าง15/20/30 ปี โดยให้ผลตอบแทนเป็นเงินจ่ายคืนที่แน่นอน ซึ่งจำนวนเงินที่จ่ายคืนมักจะคิดเป็น % ของทุนประกัน โดยจะจ่ายคืนทุกสิ้นปีกรมธรรม์ หรือเป็นก้อนใหญ่ทีเดียวเมื่อครบสัญญาแล้วแต่ตามข้อตกลงที่ทำกันไว้ ซึ่งประกันแบบนี้มีข้อดีคือได้ผลตอบแทนที่แน่นอน ช่วยฝึกวินัยการออมในระยะยาว และยังมีความคุ้มครองด้านอื่นควบคู่กันไปด้วย เช่น ความคุ้มครองโรคมะเร็ง โรคร้ายของผู้หญิง เป็นต้น

  • แบบบำนาญ (Annuity Insurance)

ประกันชีวิตที่ผู้เอาประกันต้องการรายได้ในยามชราภาพ โดยเน้นการออมในระยะยาวจนถึงเกษียณ และจะได้เงินคืนหลังเกษียณเป็นรายงวดจนถึงอายุ 85 ปี หรือตามข้อตกลงที่ทำไว้ ประกันแบบนี้จะแตกต่างจากการประกันชีวิตแบบอื่นๆ เพราะเน้นการออมทรัพย์ไว้เพื่อใช้จ่ายในยามเกษียณ มากกว่าการคุ้มครองชีวิต ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างเงินบำนาญ เพื่อการันตีเงินได้หลังเกษียณโดยที่ไม่ต้องเดือดร้อนลูกหลาน

รู้กันแล้วว่าประกันชีวิตแต่ละแบบมีข่อดีต่างกันอย่างไร คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณล่ะค่ะ ว่าอยากจะวางแพลนการเงินและความคุ้มครองแบบไหนดี