Order Essay Online

10 ข้อควรจำ ทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย

10 ข้อควรจำ ทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย

ยุคนี้ใครๆ ก็ทำธุรกรรม ทั้งจ่ายบิล จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต โอนเงิน เช็คยอดเงิน ขอสินเชื่อ ซื้อ/ขายหน่วยลงทุน  ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต แอพพลิเคชั่น อย่างสมาร์ทโฟน หน้าจอคอมพิวเตอร์ แทนการต้องออกไปนั่งรอต่อคิวที่เคาน์เตอร์ธนาคารกันแล้ว ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา ง่ายและใช้เวลาเพียงไม่นาน

แต่ถึงแม้ธนาคารหรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ จะมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บัญชีของผู้ใช้งานปลอดภัยจากการโดนแฮกของพวกมิจฉาชีพในโลกออนไลน์ แต่ผู้ใช้งานเองก็ควรมีความระมัดระวังในการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยด้วย เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลและจำนวนเงินในบัญชีของคุณ วันนี้เราจะมานำเสนอทริค 10 ข้อ เพื่อการทำธุรกรรมผ่านระบบอินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัยมาฝากกันค่ะ

  1.   ใช้งานบนอุปกรณ์ส่วนตัว

ควรใช้งานผ่านโน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือของตัวเอง เพราะการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์สาธารณะ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่หรือตามล็อบบี้เล้าจน์ อาจมีผู้ไม่หวังดีลงโปรแกรม Key Logger เพื่อดักจับการพิมพ์ของคุณ แล้วเข้าไปขโมยพาสเวิร์ด ข้อมูลส่วนตัวของคุณได้

  1.   ไม่ควรใช้งานผ่านระบบ Wi-Fi สาธารณะ

ในบางครั้งอินเทอร์เน็ตสาธารณะก็มีความเสี่ยงถูกแฮกเกอร์ดักถอดหรัส SSL เพื่อขโมยข้อมูล ด้วยวิธีเปิด access point ปลอม เพื่อให้เข้าไปใช้ wi-fi ฟรี ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยควรใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน wi-fi ที่เชื่อถือได้ อย่างที่บ้าน ที่ทำงาน หรือผ่านระบบมือถือของตนเองจะดีกว่า

ขอบคุณรูปภาพ : https://unsplash.com/photos/w4E2l5bimhE

  1.   พิมพ์ชื่อเว็บไซต์เอง

เมื่อใดที่เราใช้งานผ่านระบบ Web Browser ไม่ควรใช้ Google ในการหาชื่อเว็บไซต์ เพราะอาจมีการสร้างเว็บไซต์ปลอมที่มีชื่อใกล้เคียงกับที่เรากำลังค้นหา หรือ อาจมีการเปลี่ยนนามสกุลของเว็บใหม่ เช่น จาก .com เป็น .co หากเรารีบๆ ไม่ดูให้ละเอียด คลิ๊กเข้าไปก็อาจถูกขโมยข้อมูลได้

  1.   เข้าเว็บไซต์ที่ขึ้นต้นด้วย https เท่านั้น

สังเกตทุกครั้งหากเป็นเว็บไซต์ที่ปลอดภัย ช่อง URL ของชื่อเว็บ จะต้องนำหน้าด้วย https:// (ตัว s ที่ต่อท้าย http คือคำว่า security) และมีรูปแม่กุญแจด้วยเสมอ

  1.   ตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย

อย่าตั้งรหัสผ่านแบบง่ายๆ อย่าง ตัวเลข/ตัวอักษรเรียงกัน วันเดือนปีเกิด การตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัย ควรประกอบไปด้วยตัวอักษรทั้งพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และอักขระพิเศษ เช่น !@#$&* ผสมกัน และควรเปลี่ยนพาสเวิร์ดใหม่ทุกๆ 3 เดือน

  1.   สมัคร SMS แจ้งเตือน

สมัครไว้ไม่เสียหลาย แค่เดือนละไม่ถึง 20 บาท คุณจะได้รู้เวลามีเงินเข้า-ออก เมื่อบัญชีของคุณมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ คุณจะได้รู้ทันที และหมั่นตรวจสอบบัญชีอย่างสม่ำเสมอ หากมีสิ่งผิดปกติจะได้รีบแก้ไขได้ทัน

  1.   ระบบแจ้งเตือนผ่าน E-mail

ปัจจุบันนี้ธนาคารส่วนใหญ่จะมีบริการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวบัญชีของคุณผ่านอีเมลที่คุณลงทะเบียนไว้ตอนสมัครใช้งานครั้งแรก เมื่อมีอีเมลเข้าคุณควรรีบเช็คทันที ซึ่งข้อมูลที่แจ้งในอีเมลนี้จะละเอียดกว่าใน SMS เพราะจะมีการะบุชัดเจนว่า เงินถูกโอนไปยังบัญชีชื่อใคร เมื่อไหร่ เป็นต้น

ขอบคุณรูปภาพ : https://unsplash.com/photos/FPt10LXK0cg

  1.   Log Out ทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน

เมื่อเลิกใช้งานแล้ว จะต้อง Log Out ทุกครั้งให้เป็นนิสัย ไม่ว่าจะเป็นในเว็บไซต์หรือแอพลิเคชั่น เพื่อป้องกันการถูก Hijacked

  1.   ติดตั้งโปรแกรม Antivirus

การติดตั้งโปรแกรม Antivirus หรือ Spyware ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกระดับนึง และก็ควรอัพเดทเวอร์ชั่นอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ

  1.   อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอม

ทุกธนาคารไม่มีนโยบายแจ้งเตือนอีเมลในลักษณะ ส่ง Link มาให้คุณรีบ Log-in บัญชี มิฉะนั้นบัญชีจะถูกระงับใช้ หากคุณได้รับอีเมลในลักษณะนี้ อย่าหลงเชื่อและห้ามคลิดลิ้งก์โดยเด็ดขาด