นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด

หลักการและเหตุผล

บริษัท เจ เวนเจอร์สจำกัด ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท” คำนึงถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลอันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้บริการ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ใช้บริการ” ไว้วางใจเปิดเผยแก่บริษัทเป็นอย่างยิ่ง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นนโยบายที่บริษัทยึดถืออย่างเข้มงวดในการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้บริการเชื่อมั่นถึงความเป็นส่วนตัวในการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตน และเพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. … ประกอบกับเพื่อให้ผู้ใช้บริการรับรู้และเข้าใจถึงแนวนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท บริษัทจึงมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งประกอบไปด้วย  หมวด 12 ดังนี้

หมวด 1 คำนิยาม

ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

แต่ไม่รวมถึงการระบุเฉพาะชื่อ ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน หรือที่อยู่ทางธุรกิจ และข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

ฐานข้อมูลลูกค้า” หมายความว่า ชุดข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าที่ลูกค้าได้ให้ไว้แก่บริษัท และบริษัทได้เก็บไว้ เพื่อประโยชน์แก่การให้บริการ

บริษัท” หมายความว่า

J Ventures Co., Ltd บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด

เครือข่ายทางสังคม” หมายความว่า บริการรับ และส่งข้อมูลสาธารณะ เช่นเฟสบุ๊ค ไลน์ ทวิตเตอร์ ฯลฯ เป็นต้นที่บริษัทสนับสนุนอยู่

หมวด 2 ข้อตกลงแสดงความยินยอมของผู้ใช้บริการ

บริษัทอาจเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการเอาไว้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินการตามแนวนโยบายที่ได้กล่าวไว้นี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” คือข้อมูลที่ทำให้บุคคลอื่นๆ สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการ หรือติดต่อผู้ใช้บริการได้ ยกตัวอย่างเช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเดียวกันกับข้อมูลที่ไม่เป็นสาธารณะที่เกี่ยวกับผู้ใช้บริการซึ่งผู้ใช้บริการเกี่ยวเนื่องด้วย หรือเชื่อมโยงกับข้อมูลก่อนหน้าใดๆ บริษัทจะดำเนินการต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อความจำเป็นในการจัดหาบริการแก่ผู้ใช้บริการเท่านั้น

บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ในกรณีดังต่อไปนี้

  • เมื่อผู้ใช้บริการได้แสดงความยินยอม
  • เมื่อมีความจำเป็นในการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ
  • เมื่อมีความจำเป็นในการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของผู้ใช้บริการ
  • เมื่อมีความจำเป็นในการรักษาบัญชีผู้ใช้ของผู้ใช้บริการเอาไว้กับบริษัท และ
  • เมื่อมีเหตุจำเป็นสำหรับการปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมายและหน้าที่ตามกฎเกณฑ์ของบริษัท

ในกรณีตาม (ก) ข้างต้น ผู้ใช้บริการสามารถถอนความยินยอม ณ เวลาใดๆ โดยการแสดงเจตนาดังที่กล่าวไว้ การถอนความยินยอมจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อความชอบธรรมของการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ก่อนมีการถอนความยินยอมนั้น หากผู้ใช้บริการไม่เห็นด้วยกับการที่ทางบริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามกฎเกณฑ์ของนโยบายฉบับนี้ ผู้ใช้บริการสามารถไม่ใช้บริการกับบริษัทได้

หมวด 3 กระบวนการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

3.1            ประเภทข้อมูลที่ผู้ใช้บริการได้ให้ไว้กับบริษัท

โดยการทั่วไปบริษัทจะได้รับข้อมูลจากการส่งข้อมูลกรอกใบสมัครของผู้ใช้บริการในระหว่างที่ผู้ใช้บริการเป็นลูกค้าของบริษัท ซึ่งบริษัทได้เก็บข้อมูลของผู้ใช้บริการเอาไว้เมื่อผู้ใช้บริการทำการลงทะเบียน หรือสมัครรับบริการใดบริการหนึ่งของบริษัท การส่งคำสั่ง การเข้าถึงและการใช้บริการออนไลน์ของบริษัท หรือแม้กระทั่งการคลิกเข้าไปยังลิงค์ของบริษัทที่ปรากฎบนหน้าโฆษณาใดๆ ของบริษัท การขอความช่วยเหลือด้านข้อมูล หรืองานบริการลูกค้า การตอบกลับหลังจากใช้บริการ หรือแม้แต่การตอบแบบสอบถาม โดยอาจเป็นเงื่อนไขที่ผู้ใช้บริการจะต้องให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการแก่บริษัท เพื่อที่บริษัทจะสามารถจัดการธุรกิจและการดำเนินงานของบริษัท เพื่อการรักษาสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทและตัวผู้ใช้บริการ เพื่อจัดหาสินค้าและบริการที่เหมาะสมแก่ผู้ใช้บริการโดยคำนึงถึงกฎหมายและกฎเกณฑ์ของทางบริษัท หากผู้ใช้บริการไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท บริษัทอาจไม่สามารถให้บริการสินค้าหรือบริการแก่ผู้ใช้บริการต่อไป

3.2            ประเภทข้อมูลที่บริษัทได้รับจากทางอื่น

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการจากแหล่งอื่นๆ เช่น จากบริษัท ตัวแทนอ้างอิงทางเครดิต หรือสื่อสังคมออนไลน์ บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ของผู้ใช้บริการจากบริษัทต่างๆ ที่ได้ให้บริการโดยมีผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อสินค้า หรือเว็บไซต์ส่วนบุคคลซึ่งเสนอสินค้า และ/หรือบริการของบริษัทนั้นๆ ร่วมกันกับบริษัท บริษัทบุคคลที่สามเหล่านี้อาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการแก่บริษัทได้ บริษัทอาจเพิ่มข้อมูลนี้ไปยังฐานข้อมูลที่บริษัทมีอยู่แล้วจากเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อเป็นการพัฒนาการให้บริการ

3.3            ประเภทข้อมูลจากเว็บไซต์

ในการที่เข้าถึงคุณลักษณะ และทางเลือกการใช้งานอย่างหนึ่งอย่างใดได้นั้น ผู้ใช้บริการอาจจำต้องเข้าใช้บริการโดยลงชื่อเข้าใช้งานผ่านเฟสบุ๊ค หรือเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมอื่นๆ โดยการลงชื่อเข้าใช้งานดังกล่าว จะถือว่าผู้ใช้บริการได้อนุญาตให้บริการต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้บริการ และผู้ใช้บริการได้ตอบตกลงการขอรับการบริการในข้อตกลงการใช้งานของเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคม หากผู้ใช้บริการไม่ได้ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้งานการบริการ และกดปุ่ม “ลงทะเบียน” หรือ “ลงชื่อเข้าใช้” ผ่านเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมที่บริษัทสนับสนุนอยู่ ผู้ใช้บริการจะถูกสอบถามให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล โดยข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นจะถูกจัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูลของเครือข่ายทางสังคม ทั้งนี้ผู้ใช้บริการสามารถตัดสินใจลงทะเบียนใช้งานบริการหรือไม่ก็ได้ ในกรณีนี้ บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจากเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการในการสร้างบัญชีผู้ใช้ขึ้นจากเว็บไซต์ และเพื่อแสดงเนื้อหาสาระของบริษัทจากเพื่อนในเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมของผู้ใช้บริการเอง ข้อมูลใดๆ ก็ตามของผู้ใช้บริการที่บริษัทดำเนินการจัดเก็บจากบัญชีเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมอาจขึ้นอยู่กับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการต่อเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมนั้นๆ ดังนั้นกรุณาศึกษาแนวปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัว และข้อมูลของเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมโดยละเอียด

3.4            ข้อมูลอื่นๆ ที่จัดเก็บโดยเทคโนโลยี

บริษัทอาจใช้คุกกี้ (“คุกกี้”) เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานของผู้ใช้บริการให้ดียิ่งขึ้น คุกกี้ คือชิ้นส่วนของข้อมูลขนาดเล็กซึ่งเว็บไซต์ต่างๆ ส่งเข้ามายังฮาร์ดไดร์ฟของเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการ ในขณะที่ผู้ใช้บริการกำลังเปิดดูเว็บไซต์อยู่ บริษัทอาจใช้คุกกี้ทั้งสองช่วง (ซึ่งจะหมดอายุทันทีที่ผู้ใช้บริการปิดโปรแกรมท่องเว็บ) และคุกกี้คงสภาพต่าง ๆ (ซึ่งจะคงอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการตราบจนกว่าผู้ใช้บริการจะลบออกไป) เพื่อให้การบริการประสบการณ์เฉพาะบุคคล และเชิงตอบสนองซึ่งกันและกันได้ ให้แก่ผู้ใช้บริการบนเว็บไซต์ต่างๆ ของบริษัท ข้อมูลชนิดนี้จะถูกเก็บรวบรวมเพื่อทำให้เว็บไซต์ทั้งหลายของบริษัทสมประโยชน์ต่อการใช้งานมากขึ้น หากผู้ใช้บริการต้องการปิดการใช้งานคุกกี้ ผู้ใช้บริการสามารถตั้งค่าได้ที่โปรแกรมท่องเว็บของผู้ใช้บริการเพื่อปฏิเสธหรือปิดกั้นคุกกี้หล่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้บริการทำการปฏิเสธหรือปิดกั้นเช่นนั้นแล้ว ผู้ใช้บริการอาจไม่สามารถเปิดการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทได้อย่างเต็มรูปแบบ

หมวด 4 การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลชนิดต่าง ๆ ขอบเขตการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อ – เพื่อยืนยันตัวตนสำหรับการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการของผู้ใช้บริการ

– เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ เช่น การตอบคำถามและคำร้องเรียนต่าง ๆ

– เพื่อการส่งเสริมการขายและการตลาด

– เพื่อส่งรายการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน จดหมายข่าว และแบบสอบถามต่างๆ

– เพื่อตรวจจับ และป้องกันการทุจริตต่อผู้ใช้บริการและต่อบริษัทเอง

เบอร์โทรศัพท์ – เพื่อใช้สำหรับการติดต่อ

– เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ เช่น การตอบคำถาม หรือข้อร้องเรียนต่าง ๆของผู้ใช้บริการ

– เพื่อการส่งเสริมการขายและการตลาด

– เพื่อส่งรายการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน จดหมายข่าว และแบบสอบถามต่าง ๆ

ที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ – เพื่อใช้สำหรับการติดต่อ

– เพื่อใช้ในการติดต่อกับผู้ใช้บริการเกี่ยวกับบัญชีของผู้ใช้บริการที่มีอยู่กับบริษัท เช่น การยืนยันการลงทะเบียนเปิดบัญชีใหม่

– เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ เช่น การตอบคำถาม หรือข้อร้องเรียนต่าง ๆของผู้ใช้บริการ

– เพื่อการส่งเสริมการขายและการตลาด

– เพื่อส่งรายการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน จดหมายข่าว และแบบสอบถามต่าง ๆ

ที่อยู่จดหมาย และประเทศ – เพื่อการจัดส่งใบยืนยันการซื้อสินค้าหรือบริการ/เอกสารการชำระราคา/ใบกำกับภาษี

– เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ เช่น การตอบคำถาม หรือข้อร้องเรียนต่าง ๆของผู้ใช้บริการ

– เพื่อการส่งเสริมการขายและการตลาด

– เพื่อส่งรายการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน จดหมายข่าว และแบบสอบถามต่าง ๆ

– เพื่อตรวจจับ และป้องกันการทุจริตต่อผู้ใช้บริการและต่อบริษัทเอง

วัน/เดือน/ปีที่เกิด – เพื่อยืนยันอายุของผู้ใช้บริการ

– เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาสินค้า และบริการ รวมถึงสิทธิพิเศษอื่นๆ ให้เหมาะสม และตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น

ประวัติการซื้อสินค้า – เพื่อเก็บเป็นหลักฐานแสดงการซื้อสินค้าหรือรับบริการจากบริษัท

 

หมวด 5 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

5.1            ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้บริษัทติดต่อสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลการใช้บริการของผู้ใช้บริการกับบริษัท และยินยอมให้บริษัทส่ง โอน ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ให้แก่บริษัทในเครือ ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายนอกของบริษัท สถาบันการเงิน หน่วยงานราชการ ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้อง และ/หรือ นิติบุคคลหรือบุคคลใด ๆ ที่บริษัทเป็นคู่สัญญาหรือมีความสัมพันธ์ด้วย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์ข้อมูล ให้ และ/หรือ ปรับปรุง บริการหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และ/หรือ เพื่อตรวจสอบรายการธุรกรรมที่อาจจะเกิดการทุจริต และ/หรือ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่ต้องห้ามโดยกฎหมาย และ/หรือ เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบของประเทศใด ๆ ที่ใช้บังคับกับบริษัท และ/หรือ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการบริการของบริษัท ทั้งนี้ ให้ถือว่าความยินยอมนี้มีผลใช้บังคับตลอดไป แม้ว่าจะได้มีการยกเลิกการใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์นี้แล้ว หรือผู้ขอใช้บริการจะไม่ได้ใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์แล้วก็ตาม

5.2            ผู้ใช้บริการยอมรับว่า บันทึก หลักฐาน หรือเอกสารใด ๆ ที่บริษัทได้จัดทำขึ้นเนื่องจากการใช้บริการของผู้ใช้บริการมีความถูกต้องโดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบ หรือลงลายมือชื่อก่อนแต่อย่างใด และสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์มูลหนี้ การหักเงิน การโอนเงิน และ/หรือการใช้บริการใด ๆ ได้โดยชอบ แม้ว่าข้อมูลนั้นจะเก็บรักษา และ/หรือรวบรวมไว้ในรูปแบบของข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการมีสิทธิที่จะได้รับเอกสารหลักฐานประกอบการทำรายการของผู้ใช้บริการ

5.3            ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการยอมรับและตกลงที่จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ และรายละเอียดที่จําเป็นสําหรับการเรียกชำระเงินและการให้และรับบริการอํานวยความสะดวกจากบริษัท และผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โดยสมัครใจอันรวมถึงลูกจ้าง และ/หรือ ตัวแทนของผู้ให้บริการ เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการของแอปพลิเคชั่น และการให้บริการอํานวยความสะดวก ในการนี้บริษัทได้ตกลงกับผู้ให้บริการว่าผู้ให้บริการต้องดําเนินการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้สอดคล้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทตามที่ได้แจ้งไว้ต่อผู้ใช้บริการ

5.4            กฎหมายที่ใช้บังคับ ข้อตกลงและเงื่อนไขนี้จะต้องถูกตีความและควบคุมโดยกฎหมายที่บังคับใช้ในราชอาณาจักรไทย

5.5            ความสมบูรณ์ของข้อตกลงและเงื่อนไข หากข้อกําหนด เงื่อนไข หรือข้อตกลงใดๆ ในนโยบายฉบับนี้ ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ ขัดต่อกฎหมายหรือใช้บังคับไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ข้อกําหนด เงื่อนไข หรือข้อตกลง ที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ ขัดต่อกฎหมายหรือใช้บังคับไม่ได้ นั้นแยกต่างหากจากข้อกําหนด เงื่อนไข หรือข้อตกลงส่วนที่สมบูรณ์ และให้ข้อกําหนด เงื่อนไข หรือข้อตกลงส่วนที่สมบูรณ์นั้นใช้บังคับได้ต่อไป

5.6            บริษัทอาจทำการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า การที่ผู้ใช้บริการใช้บริการต่อไป ถือว่าผู้ใช้ได้ให้การยอมรับที่มีผลสมบูรณ์และเพิกถอนมิได้ต่อข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ที่แก้ไขหรือเพิ่มเติมแล้ว ผู้ใช้บริการควรตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ เป็นประจำระหว่างการใช้บริการ เนื่องจากอาจไม่มีการแจ้งเตือนแยกต่างหากเกี่ยวกับการแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ ดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการรวมถึงหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เปลี่ยนแปลง

หมวด 6 ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง

หากผู้ใช้บริการได้เปิดการใช้งานบริการด้านตำแหน่งที่ตั้งบนโทรศัพท์ของผู้ใช้บริการ บริษัทอาจจะเก็บข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้บริการเพื่อทำให้แผนที่นั้นสามารถเปิดการใช้งานได้แก่ผู้รับสารจากผู้ใช้บริการ โดยจะแสดงตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้บริการแก่ผู้รับสาร หากผู้ใช้บริการไม่ต้องการให้ข้อมูลนี้ถูกจัดเก็บ ผู้ใช้บริการสามารถปิดการใช้งานบริการด้านข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งได้ในแถบตั้งค่าของโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการ

หมวด 7 การสื่อสารทางการตลาด

ผู้ใช้บริการอาจได้รับการสื่อสารทางการตลาดจากบริษัท เช่น จดหมายข่าว และ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะโฆษณาการใช้งานเว็บไซต์และบริการต่างๆ ของบริษัท ผู้ใช้บริการสามารถเลือกที่จะไม่รับข้อมูลการสื่อสารทางการตลาดเหล่านี้จากบริษัทได้ทุกเมื่อ โดยการทำตามขั้นตอนการถอนการติดตามซึ่งปรากฎบนจดหมายข่าว หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้น หรือโดยติดต่อบริษัทโดยตรง (โปรดอ่านข้อมูลการติดต่อด้านล่าง) ผู้ใช้บริการอาจขอยกเลิกการรับบริการข่าวสารทางการตลาดผ่านตัวเลือก “บัญชีของฉัน”  แม้ว่าจะได้คำนึงถึงความพึงใจของผู้ใช้บริการ ที่ได้ระบุไว้เกี่ยวกับการรับบริการทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตามบริษัทอาจส่งการสื่อสารซึ่งเกี่ยวข้องกันกับการให้บริการ ซึ่งรวมไปถึงการแจ้งเตือนต่างๆ เกี่ยวกับการปรับปรุงข้อตกลงการใช้งาน หรือนโยบายความเป็นส่วนตัวให้เป็นปัจจุบัน

หมวด 8 ระยะเวลาการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไว้เพียงเท่าที่ผู้ใช้บริการมีบัญชีผู้ใช้กับบริษัท หรือนานเท่าที่บริษัทจำเป็นต้องให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ หากมีเหตุผลอันสมควรเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ หรือความจำเป็นเชิงนโยบายภายใน บริษัทอาจทำการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเอาไว้

หมวด 9 ความปลอดภัยของข้อมูล

บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้อง และดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ จะใช้และรักษาวิธีการดำเนินการที่เหมาะสมทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงองค์กร เพื่อรับประกันระดับความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการจากอุบัติเหตุ หรือการถูกทำลายที่ไม่ได้รับอนุญาต การสูญหาย การเปลี่ยนแปลง การเปิดเผย หรือการเข้าถึง อย่างไรก็ตามไม่มีการถ่ายเทข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตใดที่จะปลอดภัยโดยสมบูรณ์ หากผู้ใช้บริการมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าการตอบโต้ของผู้ใช้บริการต่อบริษัทไม่ปลอดภัยอีกต่อไป (ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้บริการรู้สึกว่าความปลอดภัยของบัญชีใดๆ ที่ผู้ใช้บริการมีกับบริษัทอาจได้รับอันตราย) โปรดแจ้งให้บริษัททราบถึงปัญหาดังกล่าวทันที โดยสามารถทำการติดต่อบริษัทโดยใช้ข้อมูลด้านล่าง

หมวด 10 สิทธิและทางเลือกของผู้ใช้บริการต่อข้อมูลส่วนบุคคล

9.1            ภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ นั้น ผู้ใช้บริการได้กระทำตามสิทธิของผู้ใช้บริการ โดยเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินการของบริษัทเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ

  • สิทธิที่จะได้รับการยืนยันว่าตามข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลเสริมอื่น ๆของผู้ใช้บริการกำลังถูกดำเนินการและได้รับการประเมิน
  • สิทธิที่จะได้รับการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
  • สิทธิที่จะลบข้อมูลส่วนบุคคลและยับยั้งการดำเนินการใด ๆเกี่ยวกับข้อมูลนั้น
  • สิทธิที่จะจำกัดการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูล
  • สิทธิที่จะเคลื่อนย้ายข้อมูล
  • สิทธิที่จะคัดค้านการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิที่จะขอยกเลิกการใช้บริการการสื่อสารและการตลาดทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์

9.2            หากผู้ใช้บริการปรารถนาที่จะใช้สิทธิใด ๆ โปรดติดต่อบริษัทโดยใช้ข้อมูลติดต่อที่จัดไว้ให้ด้านล่าง บริษัทอาจขอให้ผู้ใช้บริการพิสูจน์ และยืนยันตัวตนโดยการมอบสำเนาเอกสาร หรือหลักฐานการระบุตัวตนที่ถูกต้อง เพื่อที่บริษัทจะสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัยของบริษัท และป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต

9.3            หากผู้ใช้บริการไม่ปรารถนาที่จะยอมรับคุกกี้จากบริการของบริษัทสำหรับวัตถุประสงค์ใดๆ ที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น ผู้ใช้บริการสามารถควบคุมโปรแกรมท่องเว็บของผู้ใช้บริการ โดยทำการเปลี่ยนแปลงในแถบการตั้งค่า เพื่อหยุดการยอมรับคุกกี้ หรือเพื่อเตือนผู้ใช้บริการก่อนการตกลงยอมรับคุกกี้จากเว็บไซต์ที่ผู้ใช้บริการเข้าไปเยี่ยมชม โปรดศึกษาข้อมูลเชิงเทคนิคของโปรแกรมท่องเว็บของผู้ใช้บริการ อย่างไรก็ดี หากผู้ใช้บริการไม่ยอมรับคุกกี้ ผู้ใช้บริการอาจไม่สามารถใช้ตัวเลือกการให้บริการที่บริษัทจัดให้ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทุกๆ ส่วน หากผู้ใช้บริการมีคำถามเกี่ยวกับการยกเลิกหรือดัดแปลงคุกกี้ โปรดติดต่อบริษัทตามข้อมูลติดต่อที่จัดไว้ให้ด้านล่าง

9.4            ผู้ใช้บริการสามารถหยุดการเก็บข้อมูลทั้งหมดโดยแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้โดยการถอนการติดตั้งแอพพลิเคชั่น ผู้ใช้บริการอาจใช้การถอนการติดตั้งแบบมาตรฐานที่มีติดมาให้พร้อมกับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการ หรือผ่านตลาดแอพพลิเคชั่นทางโทรศัพท์ หรือเครือข่าย เพื่อให้การบริการเป็นโฆษณาในแอพพลิเคชั่นของบริษัท ที่ซึ่งเทคโนโลยีคุกกี้ไม่สามารถใช้งานได้ ทางบริษัทอาจนำข้อมูลระบุอุปกรณ์ของผู้ใช้บริการกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง ผู้ใช้บริการอาจเลือกที่จะตั้งค่าเริ่มต้น หรือยกเลิกการใช้บริการการระบุตัวตนแบบนิรนามได้ทุกเมื่อ ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกบริการระบุตำแหน่งซึ่งอนุญาตให้บริษัทเข้าถึงตำแหน่งของผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่องได้ทุกเวลาเช่นเดียวกัน โดยการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าบนอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการ

หมวด 11 การปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เพื่อให้บริษัทสามารถให้บริการแก่ผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว บริษัทอาจทำการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทจะดำเนินการแจ้งการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในภายหลังอย่างไม่ล่าช้า บริษัทขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการศึกษานโยบายคุ้มครองส่วนบุคคลฉบับแก้ไขโดยละเอียด ภายหลังที่ได้แจ้งถึงการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว และผู้ใช้บริการได้ศึกษานโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับปรับปรุงอย่างละเอียดแล้ว และ/หรือยังคงใช้บริการต่อไป บริษัทถือว่าผู้ใช้บริการได้ยอมรับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนั้นแล้ว

หมวด 12 การติดต่อบริษัท

10.1          หากผู้ใช้บริการมีข้อสงสัย คำถาม หรือข้อร้องเรียนใด ๆ เกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ หรือปรารถนาที่จะเรียกร้อง หรือ เรียกร้องให้ปฏิบัติตามสิทธิของผู้ใช้บริการตามที่ได้กำหนดไว้ด้านบน โปรดติดต่อบริษัทโดยทิ้งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไว้ที่ customerservice@jaymart.co.th

10.2          หรือโดยเขียนจดหมายแล้วส่งมาที่ บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด 187 อาคารเจมาร์ท ถ.รามคำแหง แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240